การเมืองไทยก่อนพ.ศ. 2475 เป็นการปกครองด้วยระบอบสมบูราณาสิทธิราช โดยพระมหากษัตริย์ทรงมีอำนาจอธิปไตยโดยเด็ดขาด มีการปกครองแบบพ่อปกครองลูกในสมัยสุโขทัย ต่อมามีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบประชาธิปไตยในสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 โดยคณะราษฎร์ เนื่องจากราษฎรในสมัยนั้นได้ไปศึกษาในต่างประเทศ ทำให้เกิดมีแนวคิดใหม่จนเกิดการปฏิวัติขึ้นและได้มีการเขียนรัฐธรรมนูญขึ้นใช้ในการปกครองประเทศในวันที่ 24 มิถุนายน 2475 ประกาศใช้ในวันที่ 10 ธันวาคม 2475 จากนั้นยังมีการทำรัฐหารอยู่หลายครั้งซึ่งการปกครองประเทศส่วนมากก็จะอยู่ภายใต้อำนาจการปกครองของทหาร เพราะประเทศไทยเราไม่สามารถที่จะแยกอำนาจทางการเมืองและอำนาจทางทหารออกจากกันได้จนมาถึงรัชการที่9ในปัจจุบันมีนายกรัฐมนตรีแล้ว 27 คน มีรัฐธรรมนูญใช้ 18 ฉบับ ฉบับที่เป็นประชาธิปไตยมากที่สุดคือรัฐธรรมนูญปีพ.ศ. 2540 เนื่องจากได้ร่างขึ้นโดยอำนาจประชาชนและรับความเห็นชอบจากประชาชนโดยตรง ที่กล่าวว่ารัฐธรรมนูญปี 2540 มาจากอำนาจประชาชนโดยแท้จริงเพราะการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวมีขั้นตอนเริ่มจาก การสรรหาตัวแทนจากภาคประชาชนโดยตรงเข้าไปเป็นตัวแทนในการร่างกฎหมาย และยังได้นำกฎหมายรัฐธรรมนูญมาให้ประชาชนลงประชามติอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งตัวผมเองยังมีโอกาสได้เข้าร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวด้วย
ในความคิดของข้าพเจ้าเห็นว่าระบอบการปกครองของประเทศไทยมีการพัฒนาช้ามากส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นจากประเทศไทยเรายังอยู่ภายใต้การปกครองของทหารและประชาชนส่วนหนึ่งยังต้องการอำนาจจากทหารมาเป็นฐานในการบริหารประเทศ สังเกตได้จากรัฐบาลที่มีทหารหนุนก็จะปกครองประเทศได้นานเช่นรัฐบาลของพลเอกเปรม ติณสูลานนท์ เป็นต้น และอีกส่วนหนึ่งประชาชนยังไม่เข้าใจในสิทธิเสรีภาพของตนเองเท่าที่ควร การเลือกตั้งผู้แทนราษฎรก็เลือกไปตามหน้าที่เพียงเท่านั้น เมื่อเลือกเสร็จก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตัวแทนที่เลือกไปโดยไม่ได้ติดตามการทำงานของตัวแทนที่เลือกไป อีกส่วนหนึ่งก็เกิดจากการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารยังถูกปิดกันจากผู้ที่มีอำนาจทำให้ประชาชนไม่ได้รับข้อมูลข่าวที่แท้จริงจากทุกฝ่าย และที่สำคัญประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ยังมีฐานะยากจนอยู่ต้องดิ้นรนทำงานเพื่อเลี้ยงชีพ จึงไม่สนใจการเมืองเท่าที่ควร ประชาชนได้รับการปลูกฝังความรู้เรื่องการเมืองแบบไม่ต่อเนื่อง และมีการปลูกฝังให้ประชาชนคิดว่าการเมืองคือการได้มาซึ่งอำนาจและผลประโยชน์ เช่นการแจกเงินแจกสิ่งของเพื่อให้ประชาชนไปเลือกตั้งและลงคะแนนเสียงให้ผู้สมัคร จนเกิดเป็นธรรมเนียมที่ว่าเงินไม่มากาไม่เป็น จนในปัจจุบันนี้ประชาชนจึงไม่มองเห็นความสำคัญของประชาธิปไตย จะสังเกตได้ว่าในรัฐธรรมนูญได้กำหนดไว้เลยว่าการไปใช้สิทธิเลือกตั้งเป็นหน้าที่ของประชาชน ก็แสดงว่าประชาชนได้ถูกบังคับ และเสียสิทธิและประชาธิปไตยไปแล้ว และอีกกรณีหนึ่งคือประชาชนไปเลือกตั้งผู้แทน หลังจากเลือกตั้งแล้วประชาธิปไตยก็หายไปด้วย เพราะผู้ที่ประชาชนเลือกไปคือนายทุนคนมีเงินและมีอำนาจ นำอำนาจที่ประชาชนมอบให้ไปออกกฎหมายมาบังคับประชาชนและออกกฎหมายมาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้กับพวกพ้องต้นเอง และสิ่งที่นักการเมืองปัจจุบันคิดและวางแผนคือการช่วยเหลือประชาชนเพื่อให้ตนเองอยู่สบาย ซึ่งหมายความว่าถ้าประชนมีความอยู่ดีกินดีเท่าไหร่พวกเขายิ่งต้องอยู่ดีกินดีเป็นหลายเท่า และยังรวมไปถึงส่วนราชการที่จำเป็นต้องรับใช้ สนองนโยบายของนักการเมือง บางคนจำเป็นต้องทำ เพราะการเมืองกับการปกครองไทยไม่สามารถที่จะแยกออกจากกันได้
ในปัจจุบันการที่ประชาชนมีความคิดเห็นในทางการเมืองไม่ตรงกันจนเกิดความวุ้นวายและความเสียหายให้กับประเทศชาตินั้น ความคิดส่วนตัวผม ผมคิดว่าแม้จะเกิดความเสียหายขึ้นบาง แต่ก็เป็นสิ่งที่ควรทำเพราะ ส่วนหนึ่งทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงพฤติกรรมของนักการเมืองที่ไม่ดี และยังทำให้เกิดการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้ตลอดเวลาเพราะเมื่อไดที่ประชาชนไม่สามารถตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลได้โดยตรงก็จะทำให้เกิดการคอรัปชั่นได้ง่าย ถึงจะเกิดความสูญเสียด้านเศรษฐกิจจากความไม่สงบขึ้นบ้างเมื่อเปรียบเทียบกับการที่รัฐบาลบริหารบ้านเมืองไม่โปร่งใสทำให้สูญเสียงบประมาณแผ่นดินก็มีค่าเท่ากัน
การแก้ปัญหาในอนาคตควรเร่งปลูกฝังและส่งเสริมให้ประชาชนมีความรู้เรื่องการเมืองการปกครองให้มากขึ้น ให้ประชาชนรู้ว่านักการเมืองที่ดีควรจะมีหลักคุณธรรม จริยธรรม และ ธรรมมาภิบาล อย่างไร โดยให้สอนเยาวชนให้รู้ในเรื่องกฎหมาย การเสียสละ การไม่เอาเปรียบคนอื่นจนเกินไป การปฏิบัติตัวเป็นแบบอย่างที่ดี การช่วยเหลือสังคมโดยบริสุทธิ์ใจ การฝึกอบรมให้ประชาชนรู้ถึงหลักการปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย ออกกฎหมายควบคุมพฤติกรรมนักการเมืองให้มองเห็นการเมืองคือการเสียสละโดยไม่หวังผลตอบแทนมากจนเกินไป และปลูกฝังให้ประชาชนเลือกผู้แทนคนใหม่หรือพรรคการเมืองใหม่เข้าไปบริหารประเทศบ้าง เพื่อจะทำให้มีการปรับเปลี่ยนแนวคิดในการบริหารประเทศ ควรลดอำนาจทางทหารลงโดยให้แยกออกจากการเมือง การปกครอง การเมืองควรจะเป็นไปตามอำอาจของประชาชน เพื่อประชาชน โดยแท้จริง
อ่านรายละเอียด พรบ.ปองดอง http://hilight.kapook.com/view/72035
เขียนบทความโดย นายวีรพล บุญเดช
ประธานชมรม รักษ์รัฐศาสตร์ รักษ์ประชาธิปไตย ยโสธร 53

หน้าแรก
บทความ
รวมรูปภาพ
ติดต่อเรา
เว็บบอร์ด
รวมรูปภาพ